กิจกรรม
เรื่อง :: สรุปการเสวนาพิเศษ Hall of Fame 2014
รายละเอียด :: สรุปการเสวนาพิเศษ
หัวข้อ “งานวิจัย...เริ่มต้นไม่ง่าย แต่ทำได้ไม่ยาก: ประสบการณ์ตรงจากนักวิจัยขั้นเทพ”
วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2556 ณ ห้องประชุม 2 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
------------------

ผู้ร่วมเสวนา: ผู้ได้รับรางวัล Hall of Fame ในปี 2012 และปี 2013 ได้แก่
1. รศ.ดร.ภญ.ศิริพร โอโกโนกิ
2. รศ.ดร.ภญ.อัญชลี เพิ่มสุวรรณ
3. รศ.ดร.ภก.นิสิต กิตติพงษ์พัฒนา
4. ผศ.ดร.ภก.ไชยวัฒน์ ไชยสุต
ผู้นำการเสวนา: อ.ดร.ภญ.เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเสวนา
1. แรงบันดาลใจในการทำงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง
1.1 สิ่งที่เป็นแรงผลักดันคือความอยากรู้และการมีนักศึกษาบัณฑิตศึกษาที่ทำให้เกิดงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง
1.2 นักศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดงานวิจัย การทำงานวิจัยร่วมกับทีมวิจัยที่ดี ได้โจทย์วิจัยมาจากแหล่งทุนที่ต้องการคำตอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการที่เป็นอาจารย์จะต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัยด้วยเพื่อสามารถนำมาสอนได้
1.3 จุดเริ่มต้นคือมองโจทย์จากข้อจำกัด และคิดโจทย์เพื่อแก้ปัญหาด้วยทรัพยากรที่เรามีอย่างจำกัด เพื่อวิจัยหาเทคนิคหรือวิธีการที่จะใช้แก้ปัญหานั้น ๆ ได้ สามารถให้ประเทศเดินหน้าต่อไปด้วยการพึ่งพาทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศได้ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ
2. มีแนวทางการหาทุนวิจัยอย่างไร
2.1 เนื่องจากทุนวิจัยเป็นข้อจำกัดหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าแหล่งทุนต่างๆ มักจะกำหนดเป็นทุนวิจัยมุ่งเป้า และมักจะสนับสนุนไปยังนักวิจัยบางส่วน แต่ทั้งนี้ก็สามารถเข้าใจได้เพราะนักวิจัยที่มีศักยภาพทำวิจัยมีค่อนข้างน้อย หากจะกระจายเป็นทุนย่อยๆ เป็นเบี้ยหัวแตกก็อาจจะไม่บรรลุเป้าหมายของแหล่งทุน แต่หากสนับสนุนในกลุ่มที่มีศักยภาพเพื่อผลักดันให้เกิด Product Champion
2.2 งานวิจัย คือ การสร้าง reputation ที่ต้องใช้เวลาในการสะสมผลงาน และประสบการณ์ในการทำวิจัย เมื่อมีชื่อเสียงและประสบการณ์แล้ว สามารถนำสู่การแสวงหาแหล่งทุนได้ และที่สำคัญในระยะเริ่มต้นที่ทำวิจัยอย่ามองข้ามโอกาส หรือเงินทุนเล็กๆ เพราะเงินทุนถึงแม้จะไม่มากก็สามารถสร้างงานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดได้
2.3 ต้องสร้างความเชี่ยวชาญ (expertise) ในสาขาที่มีคนทำวิจัยน้อย และต้องค่อยสะสมประสบการณ์จากงานวิจัยเล็กๆ ไปก่อน และเมื่อเริ่มมีชื่อปรากฏในข้อมูลของแหล่งทุน หรือฐานข้อมูลต่างๆ แล้ว
2.4 อายุงานและประสบการณ์ถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง เนื่องจากความเชี่ยวชาญใดๆ ก็แล้วแต่ล้วนต้องมาจากการสั่งสมประสบการณ์ จากสมัยก่อนที่เริ่มต้นงานวิจัยจากเงินทุนส่วนตัวเพียง 1,000 บาท และได้งานตีพิมพ์ 1 เรื่อง ซึ่งแนวทางนี้จะใช้ได้ยากในปัจจุบัน เนื่องจากข้าวของแพง แต่ทั้งนี้นักศึกษาในปัจจุบันก็ได้รับทุนในวงเงินระดับหลักแสน หรือหลักล้าน ซึ่งสามารถสร้างผลงานตีพิมพ์เพื่อ back up ตัวเองได้ จากข้อมูลที่ได้รับคืองบประมาณในการสนับสนุนทุนวิจัยของประเทศไทยค่อนข้างน้อย และในบรรดามหาวิทยาลัยแห่งชาติทั้งหมดในประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีผลงานตีพิมพ์เป็นอันดับ 3 ของประเทศได้นั้น ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ และหากได้รับงบประมาณมากขึ้น การจะอยู่ในอันดับที่สูงขึ้นก็น่าจะสามารถทำได้
2.5 อาจจะต้องแสวงหาหรือมองหางานวิจัยที่ใช้ทุนน้อยร่วมด้วย เช่น การทำ modeling เป็นต้น

3. มุมมองต่อทิศทางการวิจัยของคณะฯ และโอกาสงานวิจัยของคณะฯ สู่ระดับประเทศ
3.1 เนื่องจากคณะเภสัชศาสตร์ จัดอยู่ในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงน่าจะหาจุดเด่นทางภาคเหนือเพื่อทำวิจัย เช่น พืชที่อยู่เฉพาะในภาคเหนือ เป็นต้น โดยควรทำงานเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในพืชนั้นๆ เพื่อสร้างความโดดเด่นของพืชขึ้นมา และสร้างผลงานตีพิมพ์ เพื่อสนับสนุนความมีศักยภาพในการขอทุนเพิ่มขึ้น
3.2 ในส่วนของผู้วิจัยควรทำวิจัยให้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศ แต่ก็ควรทำด้านที่ตนเองมีความถนัดและเชี่ยวชาญ และโอกาสจะมาหาเราเอง อาจจะไม่ใช่เงินทุนที่จะมาเสนอ แต่อาจจะเป็น Collaboration ในลักษณะเครือข่ายที่สามารถ integrate ในเชิง physical
3.3 ในส่วนทิศทางของคณะฯอาจเน้นเป้าหมายระยะสั้นก่อน เช่น เน้นเรื่องการพัฒนาสมุนไพร ส่วนในระยะยาว อาจจะต้องเน้นเรื่อง basic principle อยู่ แต่ทั้งนี้อาจจะผลักดันให้เกิดขึ้นไปพร้อมๆกันได้ ซึ่ง สกว. เป็นแหล่งทุนหนึ่งที่สนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานอยู่แล้ว
3.4 ทิศทางการวิจัยของแต่ละคนควรทำจากสิ่งที่ตนเองถนัด เช่น อาจพิจารณาจากกลุ่มโรค โดยพิจารณาดูว่าบทบาทวิชาชีพเภสัชนั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มโรคนั้นอย่างไร หากขาดเภสัชกรแล้วจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ หรือดำเนินการได้แต่ยาก
3.5 การวิจัย หรือ RESEARCH นั้นประกอบไปด้วย
R - Responsibility (การทำวิจัยให้แล้วเสร็จตามที่ผู้ให้ทุนกำหนด หรือตามที่ได้เซ็นสัญญาไว้)
E - Ethic (นักวิจัยจะต้องมีจริยธรรมที่ดีในการทำวิจัย)
S - Source of Funding
E - Energy (ต้องทุ่มเท ต้องใส่แรง นั่งเฉยๆคงไม่เกิดผลงานวิจัยที่ดี โดยอาจจะต้องยอมสละเวลาในการดูโทรทัศน์ การ shopping สิ่ง Entertain และการนอนของตนเองให้น้อยลง)
A - Authorship (ในการทำวิจัยเป็นกลุ่ม ควรต้องตกลงกันสัดส่วนการวิจัยให้ชัดเจนภายในทีมวิจัย)
R - Relationship (การทำวิจัยเป็นการสร้างเครือข่ายอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะได้เพื่อนต่างคณะฯ/สถาบัน)
C – Champion (เมื่อทำงานวิจัยได้ระยะหนึ่งแล้ว ผลงานวิจัยที่ทำไว้จะเป็นส่วนสนับสนุน และสร้างโอกาสได้รับรางวัลตอบแทนเพื่อเป็นกำลังใจในการทำวิจัยต่อไป)
H – Heart (ต้องมีใจรัก ทุ่มเท ในการทำงานวิจัย)
3.6 การผลักดันงานวิจัยผ่านระบบบัณฑิตศึกษาถือเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดผลงานวิจัยของคณะฯ ได้ ซึ่งในส่วนของคณะฯ มีโครงการจัดอบรมด้านการวิจัยแก่ทั้งกลุ่มอาจารย์ และนักศึกษาบัณฑิตศึกษา นอกจากนั้นการส่งเสริมให้มีหลักสูตรใหม่ๆ เช่น เภสัชชีวภาพ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเป็นสาขาขาดแคลนของประเทศ โดยอาจจะมีการทำข้อตกลงกับสถาบันวัคซีนที่ให้การรับรองว่าบัณฑิตจะมีงานทำแน่นอนภายหลังสำเร็จการศึกษา
3.7 การทำวิจัยในลักษณะ R2R: Routine to Research ก็น่าจะเป็นทางหนึ่งที่จะสามารถทำได้ โดยในส่วนของคณะฯ กำลังพิจารณาสนับสนุนเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลด้านสถิติ และระบบสนับสนุนต่างๆ ต่อไป

------------------------------

ภาพประกอบ ::
 ย้อนกลับ