เปิดโลกเขียวมะกอก
   

50 ปี เภสัชเชียงใหม่ ชูจุดเด่น เภสัชกรรมและสุขภาพล้านนา

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  พร้อมรับสถานการณ์บทบาทวิชาชีพเภสัชกรรม ในปัจจุบัน ที่ได้พัฒนาเป็นวิชาชีพที่มีความหลากหลาย มีการกระจายตัวของวิชาชีพ เชื่อมโยงทั้งด้านสุขภาพ  พัฒนาผลิตภัณฑ์ การใช้ยา และการตลาดสุขภาพ ด้วยหลักสูตรการศึกษา การวิจัย ภูมิปัญญาสุขภาพและบริการวิชาการ

นโยบาย ทิศทางการศึกษาและวิชาชีพเภสัชกรรม ว่า คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้พัฒนา หลักสูตร 6 ปี โดยสภาเภสัชกรรม รับรอง ซึ่งเป็น หลักสูตรที่ครอบคลุม เนื้อหารอบด้าน ทันสมัยและมุ่งเน้นการใช้ยาของคนไข้ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลให้มากขึ้น  ส่วนการศึกษาในระดับปริญญาโท เอก ก็มีการศึกษาวิจัยหลากหลาย  นอกจากนี้ ยังมีการการอบรมหลักสูตรต่างๆ นับเป็นการ เปิดกว้างและปรับตัว  ด้วยตระหนักดีว่าปัจจุบัน วิชาชีพเภสัชกรรม มีแนวโน้มเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคมีการพัฒนาระบบเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น  เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ใช่กินยาอย่างเดียว แต่ต้องส่งเสริม ป้องกัน รักษา และลดการใช้ยาเกินความจำเป็น  ส่วนธุรกิจด้านวิชาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ ให้ผลในการรักษา สามารถนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์  การบริการสุขภาพหรือความงาม ทั้งนี้ในทุกขั้นตอน ต้องมีควบคุมคุณภาพ เพื่อ ให้ได้ผลิตภัณฑ์ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์  มีความคุ้มค่า ซึ่งส่วนหนึ่งของบทบาทของเภสัชกรคือการแนะนำการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ถูกวิธี และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการศึกษาวิจัย ก็จะมีการวางแผนระยะยาวให้มีการวิจัยที่มีความต่อเนื่อง  เพื่อการต่อยอดและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อประชาชน
“สำหรับอาชีพเภสัชกรในอาเซียน และการปรับตัวของการศึกษาเภสัชศาสตร์ เรามีการเตรียมความพร้อมกับความเป็นหนึ่งเดียวกับ อาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาก็มี ทั้งในเรื่องหลักสูตรและการแลกเปลี่ยน นักศึกษา มีความร่วมมือหรือการแลกเปลี่ยนการวิจัย  เป็นการส่งเสริมให้มีปัจจัยเพียบพร้อมในการก้าวสู่อาเซียนและสากล เช่น ในระดับอาเซียนก็มีการแลกเปลี่ยนนักศึกษาเวียตนามประจำทุกปี 

ส่วนความร่วมมือระดับอาเซียนบวกสามและนานาชาตินอกอาเซียน หรือในระดับสากล ก็มีการพัฒนาความร่วมมืออย่างมีทิศทางชัดเจน  เช่น โครงการ ระดับ อาเซียน บวกสาม คือ เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ก็จะมีโครงการเชื่อมโยงที่เป็นรูปแบบคู่ความร่วมมือหรือ“partners” ในลักษณะของหลักสูตรที่ นักศึกษาจากประเทศอาเซียนและอาเซียนบวกสาม สามารถเข้ามาเรียนในหลักสูตรภาษาไทย ซึ่งปัจจุบันพบว่า ภาษาไทย ได้รับความสนใจ จนยกระดับถึงความพร้อมที่จะมาเรียนร่วมกับนักศึกษาไทยได้ นอกเหนือจากหลักสูตรนานาชาติ

รศ.ดร.ภก.จักรพันธ์ ศิริธัญญาลักษณ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาส 50 ปี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย โดยจะเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม  นอกจากนี้ก็จะ มีการประชุม วิชาการ การจัดการงานคืนสู่เหย้า โดยส่วนหนึ่งก็เป็นการระดมทุน เพื่อใช้ประโยชน์ต่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะมุ่งเน้นการพัฒนา ด้านบริการชุมชน เพื่อให้ความเป็นเภสัชกรใกล้ชิดกับประชาชน จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน  ทั้งนี้ ในโอกาส 50 ปี คณะเภสัช เชียงใหม่  จะมีการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆผ่านสื่อและที่ www.pharmacy.cmu.ac.th เพื่อให้ศิษย์เก่าและประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้

 


          

“สิ่งที่สำคัญคือ การแสดงอัตลักษณ์ หรือตัวตน  ของความเป็นเภสัชเชียงใหม่  โดยเสนอแบรนด์  PHARMACY@CMU เพื่ออยากให้ผู้สนใจศึกษา ประชาชน หรือเครือข่ายต่างๆ ได้คิดถึง เภสัชเชียงใหม่  ในประเด็น ของการมาเรียนด้านเภสัชศาสตร์, การวิจัย, การบริการวิชาการ, สมุนไพร, ภูมิปัญญาสุขภาพและ การส่งเสริมสุขภาพ  รวมทั้ง  การจำหน่ายและให้คำปรึกษาด้านยา  ซึ่งเราก็จะมีการนำวิชาการสู่ชุมชน มีโครงการระยะสั้น  DIY  เปิดโอกาสให้กลุ่มต่างๆมาเรียนรู้ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ  ซึ่งเป็นการเปิดภาพลักษณ์ การศึกษาเภสัชศาสตร์ ว่า  ไม่ใช้ยา อย่างเดียว หากเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ   เวชสำอาง  ความงาม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ที่สอดคล้องกระแสสุขภาพ สมัยใหม่ ผสมผสานกับบริบทชุมชน และบทบาทในการต่อยอดการวิจัยจากภูมิปัญญาสุขภาพล้านนา”
“คณะเภสัชศาสตร์ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับความเป็นหนึ่งเดียวกับล้านนา เรามีบริบทและความผูกพัน เริ่มจากที่ตั้ง คณะเภสัช ตั้งอยู่ในบริเวณเวียงสวนดอก ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งคณะเภสัชเชียงใหม่ ก็มีโครงการที่พัฒนาเวียงสวนดอก ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และจุดเด่นสำคัญทางการศึกษาล้านนา  เราก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรและภูมิปัญญาล้านนาหลายท่านที่ไปสู่ชุมชน สอบถามพูดจากับหมอเมือง ครูภูมิปัญญา พี่น้องชาวบ้าน ซึ่งเป็นการรวบรวมเป็นความรู้ เพราะบางองค์ความรู้อยู่กับตัวคน เราต้องสืบเสาะหา เพื่อรวบรวมเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง  ในอนาคต จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดภูมิปัญญาล้านนา เป็น แชมเปี้ยนโปรดักส์  ขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สมุนไพร ที่ได้มีการสำรวจวิจัย ให้มากขึ้น ”

“การใช้ยา การใช้สมุนไพร และการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ  ควรได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง สร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน และการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ส่วนการผลิตและการให้ข้อมูลข่าวสาร เราต้องเน้น คุณภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค” รศ.ดร.ภก.จักรพันธ์ ศิริธัญญาลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

  : บทความและภาพประกอบโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก