เปิดโลกเขียวมะกอก
   

ความเจ็บป่วยในฤดูร้อน

   ความรู้บทที่หนึ่ง ของหมอพื้นบ้านหรือหมอแผนโบราณนั้น คือรู้ที่ตั้งที่แรกเกิดของโรค โดยที่ตั้งที่แรกเกิดของโรค มีปัจจัยสำคัญหนึ่งใน ๕ อย่างคือ ธาตุ ธาตุมีความสำคัญ มนุษย์เราต้องประพฤติในธาตุ ซึ่งมีอยู่ในร่างกายของตนให้สม่ำเสมอ หรือดำรงตนให้ปกติ ไม่ควรจะฝ่าฝืนร่างกายให้มากเกินปกติ การฝ่าฝืนร่างกาย หนึ่งนั้นคือ พฤติกรรมการดำรงชีวิต ต้องสมดุล โดยเฉพาะด้านอาหาร
อาหาร เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบำรุงเลี้ยงร่างกาย หากรับประทานอาหารไม่ระวัง ก็จะเกิดโทษได้ เช่นการรับประทานอาหารมากหรือน้อยเกินไป การได้รับประทานอาหารบูดเสีย อาหารที่มีรสแปลกกว่าเคย อาหารไม่ถูกธาตุ รับประทานไม่ตรงเวลา และอาหารไม่ต้องตามฤดูกาล ในเอกสารใบลาน กล่าวถึงการใช้อาหาร เพื่อรักษาธาตุ เรียกว่าอาหารเลี้ยงธาตุ เช่นเดียวกับในทางอายุรเวท กล่าวถึงธาตุประจำตัว และรสอาหารที่ควรรับประทาน เพื่อปรับสมดุล อีกทั้ง ในคนโบราณล้านนา ได้มีการประพฤติปฏิบัติในด้านการ “ก๋ำกิ๋น” คือการงด การละเว้นไม่รับประทานอาหารในช่วงบางตอนของฤดูกาลต่างๆ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ยังเป็นที่มาของพญาโรคคือ “โรคขาง” อีกด้วย

นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่มักละเลย ได้แก่ด้านอิริยาบทในกิจกรรมต่างๆ เช่น ยืน เดิน นั่ง นอน ให้ผลัดเปลี่ยนท่าทางกันไป เพื่อให้เส้นเอ็นทำงานได้ปกติ ไม่ตึงหรือหย่อนเกินไป นอกจากนี้ ด้านความร้อน เย็น ของสิ่งแวดล้อมเมื่อกระทบตัวเรา อาจทำให้เจ็บป่วยได้ จึงต้องปรับสมดุลให้ดี ด้านการอด ข้าวและน้ำ เป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย เช่นเดียวกับการกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ

สาเหตุด้านอื่นๆเช่นการทำงานเกินกำลัง ความเศร้าเสียใจเช่นเสียใจจนลืมกิน ลืมนอน หรือการมีโทสะมากย่อมส่งผลต่อสุขภาพได้ เมื่อเกิดความเจ็บป่วยเนื่องจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม หรือความไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามการเปลี่ยนแปลงของธาตุภายในร่างกาย และธาตุภายนอก  ธาตุภายนอก ได้แก่การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล กาลเวลาใน ๒๔ ชั่วโมงและ ที่ตั้งที่อยู่ที่อาศัย ธาตุภายในได้แก่ ดิน น้ำ ลมไฟ ในร่างกายซึ่งแต่ละท่านไม่เสมอกัน ธาตุภายใน ดังกล่าวหมายรวมถึง อารมณ์ ความคิด จิตใจและวิญญาณ กล่าวตามภาษาพระเรียกว่าขันธ์ทั้ง ๕  การเจ็บป่วยนี้ทางล้านนา เรียกว่าธาตุปลิ้นแผ หรือแปรปรวนไป การรักษาอาการธาตุไม่ปกติ มีการรักษาเฉพาะราย พบในใบลานวัดลำปางหลวง เป็น ตำรายาคูณยาธาตุ คือธาตุ ดิน น้ำลม ไฟ และอากาศธาตุ มีอยู่แล้วในตัวเรา เมื่อธาตุดวงใดปรากฏว่าดับไป ให้ใช้ยาประจำธาตุนั้นรักษา นี้คือการรักษาแบบเฉพาะราย ตรงต่อโรค ดังนั้น พระพุทธเจ้าได้กล่าวว่าให้เราดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ย่อมเป็นสัจจธรรม คือการให้รู้จักตน รู้จักธาตุ และรู้ปัจจัยภายนอก รักษาสมดุลแห่งสุขภาพได้ ก็จะมีชีวิตที่มีความสุข และมีอายุยืนยาว
ในฤดูร้อน เดือน  5 6 7 8 (กลางเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม และ กลางเดือนมิถุนายน ) เรามักเจ็บป่วยด้วยเหตุเพราะการกระทบของความร้อน ทำให้มีผลต่อระบบโลหิต เรียกว่าไข้เพื่อโลหิตเป็นใหญ่ ในฤดูฝน เดือน 9 10 11 12 เรามักได้รับผลกระทบจากลม เป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย เรียกว่าไข้เพื่อลมหรือเพราะลม เป็นหลัก ส่วนฤดูหนาว เดือน 1 2 3 4 มักเป็นไข้เนื่องจาก ความเย็นกระทบต่อระบบควบคุมความร้อน อันได้แก่กำเดาและดี  เป็นหวัดมังคร่อ หิว หาแรงไม่ได้ เจ็บปาก มือเท้าเย็น น้ำลายมาก กระหายน้ำ สะท้านหนาว อันนี้แนะนำยาร้อน ความรุนแรงของไข้ ยังระบุด้วยว่าเป็นไข้ชนิดเข้าโทษใด เช่นไข้เอกโทษ คือจับไข้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นค่ำ ไข้กำเดากำหนด 4 วัน ไข้เสมหะกำหนด 9 วัน สำหรับตัวบ่งชี้ความรุนแรงขึ้นกับ สมุฏฐานของไข้  บอกว่าไข้นั้นรุนแรงหรือไม่ เช่นไข้กำเดาสมุฏฐาน อาการเจ็บศีรษะมาก ดวงจิตรคลุ้มคลั่งหวั่นไหว ตัวร้อนจัดดังเปลวไฟ นัยน์ตาเหลืองปัสสาวะแดง ผิวหน้าแดง ตัวเหลือง จิตใจหวั่นไหว น้ำตาไหลเป็นต้น
สำหรับตัวยาแก้ไข้ ที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ยาเขียวหอม  บดเป็นผง ละลายน้ำสุกหรือน้ำดอกมะลิ และชโลม ส่วนยาจันทลีลา ใช้แก้ไข้หวัดและไข้สามฤดู และยาประสระจันทน์แดง ใช้แก้ไข้เชื่อมซึม
สมุนไพรเดี่ยวที่ใช้แก้ไข้ ประเภทต้น ได้แก่ เนระพูสี รสฝาดเย็น แก้ไข้กาฬ ดับพิษไข้ แก้ไข้สันนิบาต แก้บิดมูกเลือด แก้ธาตุพิการ รากต้นมะเดื่อชุมพร แก้ไข้ตักศิลา รากชิงชี่ รสขมเย็น แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ แก้ไข้เพื่อดี เพื่อโลหิต ต้นระงับพิษ รสเย็น แก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ำ แก้ไข้หัว กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้จับสั่น แก้ไข้กลับซ้ำ ต้นดีหมี ดับพิษไข้ ระงับความร้อน แก้ปวดศีรษะและขับเหงื่อ ต้นตับเต่าน้อย ดับพิษไข้ทั้งปวง แก้ตัวร้อน แก้พิษ ตานทราง แก้ปอดพิการ ต้นมหาสะดำ รสเย็น สรรพคุณ แก้กาฬ แก้พิษในกระดูก แก้ไข้ตักศิลา ส่วนประเภทเถา ได้แก่เถาบอระเพ็ด ชิงช้าชาลีรสขม-เย็น บำรุงน้ำดี ดับพิษร้อน เถากระไดลิง รสเมาเบื่อเย็น แก้พิษร้อน พิษโลหิตพิษลมและแก้กระษัย  เถาขี้กาทั้งสอง รสขม บำรุงน้ำดี ดับพิษโลหิต พิษร้อน ล้างเสมหะ เถามะระ รสขมเย็น บำรุงน้ำดีดับพิษทั้งปวง แก้ไข้เพื่อดี และโลหิต เถากระดอม รสขม บำรุงน้ำดี แก้ไข้ เจริญอาหาร ขับเสมหะ ระบายพิษไข้  เถาโคกกระออม รสขมอ่อม สรรพคุณแก้ไข้เพื่อดี และโลหิต เจริญรสอาหาร แก้ดีเดือดบำรุงโลหิต ประเภทหัว เช่นหัวกกลังกา รสเย็นปร่า แก้ไข้ที่มีพิษร้อน  หัวหวายขม รสขมเย็น แก้ไข้เพื่อดี เพื่อโลหิต หัวคล้า (พันธุ์ไม้กอเหมือนข่า) รสเย็นซ่า แก้ไข้พิษร้อน แก้ไข้เหนือ ประเภทหญ้าได้แก่ หญ้าคา หญ้าแพรก หญ้าปากควาย แห้วหมู พองลม ย่านาง หญ้าใต้ใบ

 

ทางแพทย์แผนไทย แนะนำใช้สมุนไพร สามชนิดเพื่อปรับร่างกายให้เขากับฤดูร้อน เรียกว่า ตรีผลา หรือผลไม้สามอย่างได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ปริมาณที่ใช้ขึ้นกับลักษณะอาการและความเจ็บป่วย สมุนไพรสามชนิด สามารถนำมาต้มดื่ม เป็นประจำในช่วงอากาศร้อน ซึ่งมักมีอาการท้องเสียเป็นต้น

 
  : บทความโดย : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก