เปิดโลกเขียวมะกอก
   

ความเจ็บป่วยในฤดูหนาว

ธาตุที่คุ้มครองรักษาร่างกายเรานั้น จะเกิดเป็นโทษด้วยเหตุ ๓ ประการคือ อาหารไม่ดีเกิดโทษ พฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดโทษ (พฤติกรรมมี ๘ ประการ) กาลเวลาฤดูกาลผันแปร ทำให้เกิดโทษ
ในฤดูหนาว อากาศหน้าหนาวรักษาร่างกายมนุษย์ไว้ เมื่ออากาศภายนอกได้สัมผัสร่างกายมนุษย์ ก็ได้กระทบความหนาวเป็นธรรมดา แต่ถ้ามีอากาศร้อน อากาศเย็นมาผสม มนุษย์ก็อาจเจ็บไข้ได้ การที่มีอากาศร้อน เย็น หนาว เจือปนกันอยู่เช่นนี้ การสัมผัสกันของธาตุภายในและภายนอก ร่างกายมนุษย์ไม่เสมอกัน ระหว่างฤดูเปลี่ยนติดต่อกัน ย่อมมีอากาศผสม ทำให้ไม่เป็นไปตามปกติ ธาตุของร่างกายมนุษย์อาจเปลี่ยนแปลงตามไม่ทัน จึงทำให้เกิดการเจ็บไข้ขึ้นได้
จึงพบว่าในฤดูหนาว มักเป็นไข้เนื่องจาก ความเย็นกระทบต่อระบบควบคุมความร้อน อันได้แก่กำเดาและดี  ทำให้เป็นหวัด มังคร่อ หิว หาแรงไม่ได้ เจ็บปาก มือเท้าเย็น น้ำลายมาก กระหายน้ำ สะท้านหนาว อันนี้แนะนำ ยาร้อน ความรุนแรงของไข้ ยังระบุด้วยว่าเป็นไข้ชนิดเข้าโทษใด เช่นไข้เอกโทษ คือจับไข้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นค่ำ ไข้กำเดากำหนด 4 วัน ไข้เสมหะกำหนด 9 วัน สำหรับตัวบ่งชี้ความรุนแรงขึ้นกับ สมุฏฐานของไข้  บอกว่าไข้นั้นรุนแรงหรือไม่ เช่นไข้กำเดาสมุฏฐาน อาการเจ็บศีรษะมาก ดวงจิตรคลุ้มคลั่งหวั่นไหว ตัวร้อนจัดดังเปลวไฟ นัยน์ตาเหลืองปัสสาวะแดง ผิวหน้าแดง ตัวเหลือง จิตใจหวั่นไหว น้ำตาไหลเป็นต้น

สำหรับตัวยาแก้ไข้ ที่เป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ยาเขียวหอม เป็นยาผง ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ  ๑ กรัม ละลายน้ำสุกหรือน้ำดอกมะลิทุก ๔-๖ ชั่วโมงเมื่อมีอาการ เด็กอายุ ๖-๑๒ ปี รับประทานครึ่งหนึ่ง คือ ๕๐๐ มิลลิกรัม ทุก ๔-๖ ชั่วโมง ส่วนยาจันทลีลา ใช้แก้ไข้ตัวร้อนและไข้เปลี่ยนฤดู ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ  ๑-๒ กรัม ละลายน้ำสุก ทุก ๓-๔ ชั่วโมงเมื่อมีอาการ เด็กอายุ ๖-๑๒ ปี รับประทานครึ่งหนึ่ง คือ ๕๐๐ มิลลิกรัม-๑ กรัม ทุก ๓-๔ ชั่วโมง นอกจากนั้นมียาประสะจันทน์แดง ประสะเปราะใหญ่และ ยาห้าราก ส่วน สมุนไพรเดี่ยวที่ใช้แก้ไข้ ได้แก่ ยาบัวบก ยามะระขี้นก และยารางจืด
นอกจากนี้ ชาวไทย ยังมีสมุนไพรไทยอีกหลายชนิด ที่มีสรรพคุณตามตำรายากล่าวว่าใช้แก้ไข้ได้แก่ เนระพูสี รสฝาดเย็น แก้ไข้กาฬ ดับพิษไข้ แก้ไข้สันนิบาต แก้บิดมูกเลือด แก้ธาตุพิการ รากต้นมะเดื่อชุมพร แก้ไข้ตักศิลา รากชิงชี่ รสขมเย็น แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ แก้ไข้เพื่อดี เพื่อโลหิต ต้นระงับพิษ รสเย็น แก้ไข้ตัวร้อน กระหายน้ำ แก้ไข้หัว กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้จับสั่น แก้ไข้กลับซ้ำ ต้นดีหมี ดับพิษไข้ ระงับความร้อน แก้ปวดศีรษะและขับเหงื่อ ต้นตับเต่าน้อย ดับพิษไข้ทั้งปวง แก้ตัวร้อน แก้พิษ ตานทราง แก้ปอดพิการ ต้นมหาสะดำ รสเย็น สรรพคุณ แก้กาฬ แก้พิษในกระดูก แก้ไข้ตักศิลา ส่วนประเภทเถา ได้แก่ เถาบอระเพ็ด ชิงช้าชาลีรสขม-เย็น บำรุงน้ำดี ดับพิษร้อน เถากระไดลิง รสเมาเบื่อเย็น แก้พิษร้อน พิษโลหิต พิษลมและแก้กระษัย  เถาขี้กาทั้งสอง รสขม บำรุงน้ำดี ดับพิษโลหิต พิษร้อน ล้างเสมหะ เถามะระ รสขมเย็น บำรุงน้ำดีดับพิษทั้งปวง แก้ไข้เพื่อดี และโลหิต เถากระดอม รสขม บำรุงน้ำดี แก้ไข้ เจริญอาหาร ขับเสมหะ ระบายพิษไข้  เถาโคกกระออม รสขมอ่อม สรรพคุณแก้ไข้เพื่อดี และโลหิต เจริญรสอาหาร แก้ดีเดือด บำรุงโลหิต ประเภทหัว เช่นหัวกกลังกา รสเย็นปร่า แก้ไข้ที่มีพิษร้อน  หัวหวายขม รสขมเย็น แก้ไข้เพื่อดี เพื่อโลหิต หัวคล้า (พันธุ์ไม้กอเหมือนข่า) รสเย็นซ่า แก้ไข้พิษร้อน แก้ไข้เหนือ ประเภทหญ้าได้แก่ หญ้าคา หญ้าแพรก หญ้าปากควาย แห้วหมู พองลม ย่านาง และ หญ้าใต้ใบ การใช้ยาแก้ไข้ ให้ระวังกรณีเป็นไข้เลือดออก หากใช้ไปแล้ว อาจจะบดบังอาการ ทำให้รักษาโรคไม่ทัน

นอกจากนี้ คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย กล่าวว่าฤดูกาลย่อมทำให้มนุษย์ได้รับผลกระทบ ดังเมื่อย่างเข้า แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ไปจนถึง แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑ เป็นช่วงของศอเสมหะสมุฏฐาน อาศัยอาโประคนทำให้มีอาการเจ็บคอ และนับตั้งแต่ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ ไปจนถึงขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓ เป็นช่วงเวลาของอุระเสมหะสมุฏฐานกระทำกึ่งหนึ่ง ร่วมกับ กาลปะระเมหะ กึ่งหนึ่ง ระคนกันและเมื่อย่างเข้า ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๓ ไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นตำแหน่งของคูถเสมหะสมุฏฐาน  นั่นคือในฤดูหนาว จะเกิด เสมหะทั้งสามกระทำโทษ ขึ้นกับช่วงเวลาในฤดูกาล โดยหากไม่ระมัดระวัง อาจเจ็บป่วยด้วยเสมหะ กระทำโทษ ในทางแผนโบราณมีพิกัดยาตรีสาร หรือสมุนไพรที่ให้คุณในช่วงอากาศหนาวคือ รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง และ รากช้าพลู ใช้แก้เสมหะ ปิตตะ และ วาตะ ช่วยปรับธาตุในฤดูหนาวเท่านั้น     

โดยควรเริ่มต้นใช้อาหารปรับตามฤดูกาลนี้ได้แก่ อาหารที่มีรสเปรี้ยว และ มีรสเผ็ดร้อน เช่น แกงส้มผักรวมปลาช่อน ประกอบด้วยดอกแค แตงโมอ่อน ผักบุ้งไทย ถั่วฝักยาว น้ำส้มมะขาม ปลาช่อน ดอกแค จะมีสรรพคุณในการช่วยแก้ไข้หัวลม ผักบุ้ง มีรสจืดเย็น ลดอาการร้อนในร่างกาย แตงโมอ่อนแก้ไข้ มะขามเปียก รสเปรี้ยว เพิ่มไฟธาตุ ให้ความอบอุ่น หอมแดง แก้ไข้เพื่อเสมหะ นอกจากนี้ ยังมีพลังงานให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และวิตามิน แร่ธาตุหลายชนิด จึงเป็นเมนู ตัวอย่าง ที่เหมาะสมในฤดูกาลนี้     

 

 
  : บทความโดย : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก