เปิดโลกเขียวมะกอก
   

ความเสี่ยงของผู้สูงอายุเมื่ออยู่ตามลำพัง

“อยู่บ้านคนเดียว” “ลูกหลานไปทำงาน”  “อยู่กันตามประสาคนแก่”  สภาพเหล่านี้คือ การอยู่ตามลำพังซึ่งก็จะหมายถึงการอยู่ตามลำพังแบบถาวร ไม่มีลูกหลานอยู่ด้วย  และหมายถึงการอยู่ตามลำพังในชีวิตประจำวัน หรือบางวัน บางเวลา ที่ลูกหลานไปทำงาน ซึ่งในกรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่ตามลำพังในเวลากลางวัน 
จากสถิติประชากรไทยของผู้สูงอายุ ข้อมูลจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วน ประชากรสูงอายุที่มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย ปี 2558 -2573 ภาพรวมประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์“สังคมสูงวัย” (aged society) และในอีก 10 ปี ข้างหน้า จะเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (completed aged society)

ดังนั้นเมื่อผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น สภาพการทำงานและสังคมก็เปลี่ยนแปลงไป การที่ต้องอยู่ในบ้านตามลำพังก็จะมีมากขึ้น แม้ว่าผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน มีการพัฒนาตนเอง มีการเปลี่ยนทัศนคติว่า การสร้างสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ อย่าแก่ตามอายุ หรืออายุเป็นเพียงตัวเลข ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี แต่อย่างก็มีผู้สูงอายุจำนวนมากไม่สามารถที่จะทำได้ตามที่ใจต้องการ ด้วยสภาพร่างกาย โรคภัยไข้เจ็บ สิ่งแวดล้อม ความพร้อมในด้านต่างๆไม่เอื้ออำนวย  เราจึงต้องให้ความสำคัญกับอยู่ตามลำพัง เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งการที่เราจะป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ต้องเริ่มจากผู้สูงอายุเองด้วย ลูกหลานคนในครอบครัว คนในชุมชนท้องถิ่น เช่น อสม.    และระบบดูแลผู้สูงอายุต่างๆ ที่ต้องมีการให้คำแนะนำ

ประการแรกคือ ความรัก ความเอาใจใส่ เรื่องนี้ ผู้สูงอายุเองก็ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนเดิม แต่ก็อย่างท้อถอย ต้องรักตนเอง  มีอะไรเงื่อนไขใดที่พอจะกระตุ้นตนเอง หรือผู้สูงอายุบางท่าน ที่สุขภาพดี กลับกลายเป็นอาสาสมัครไปเยี่ยมบ้าน ไปดูแลคนแก่ที่เจ็บป่วย ความรักเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสภาพของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน อยากจัดการนั่นนี่ แต่เงื่อนไขไม่เหมือนกัน การเริ่มต้นจากความรัก จะทำให้เราสามารถปรับตัวและ ดูแลเอาใจใส่ตามความเหมาะสม
ประการที่สอง คือ หลักธรรมะ และประเพณีวัฒนธรรมของสังคมไทยเรา อันเป็นพื้นฐานของการยึดถือ ให้เป็นเข็มทิศนำทางเรา ตั้งแต่เกิดจนแก่ชรา
ประการที่สาม คือ เข้าใจสภาพของร่างกาย โรคประจำตัว ว่า มีการรักษาอย่างไร อาการเป็นอย่างไร มียาอะไรที่ต้องกิน อาหารประเภทไหน 
ประการที่สี่ คือ ระบบแจ้งข่าว เมื่อมีแหตุการณ์ฉุกเฉิน จะทำได้อย่างไร มีมือถือหรือไม่ กดเลขอะไร แจ้งใคร ซึ่งอาจต้องหลายเบอร์ เช่น เบอร์ลูกหลาน เบอร์ เทศบาล เบอร์ฉุกเฉินเรียกรถพยาบาล 1669 เป็นต้น
ประการที่ห้า คือ ผู้คนในชุมชน เนื่องจาก ผู้สูงอายุ มีการประชุมหรือมารับค่าตอบแทน ก็จะเป็นช่องทางหนึ่ง ที่จะเป็นจุดกระจายข่าวสารซึ่งกันและกัน ถึงการเตือนภัย การรับทราบสภาพของแต่ละคน ซึ่งจะทำให้ชุมชนได้ช่วยกันตรวจตราดูแลกัน
ประการที่หกคือสภาพของบ้านเรือน และสภาพแวดล้อม  มีความสะดวกหรือมีอะไรที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ มีประตูหน้าต่างมิดชิดอย่างไร  มีทางเดิน บันได ห้องน้ำ อย่างไร มีต้นไม้ใหญ่ มีป่ารกร้างใกล้ เสี่ยงไฟไหม้หรือไม่
ประการที่เจ็ด คือ ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน เรื่องนี้สำคัญมากเรื่องหนึ่ง เนื่องจาก บางบ้าน สร้างมานาน สภาพสายไฟอาจมีการชำรุด ต้องมีการตรวจสอบกัน ว่าจุดไหนมีความเสี่ยงต้องซ่อมแซมอย่างไร
ประการที่แปด ปัญหาอาชญากรรม หรือได้ถูกหลอกลวงให้ซื้อของ เรื่องนี้ต้องช่วยกันพูดคุยในครอบครัว ให้คำแนะนำ ช่วยกันสอดส่องดูแล ซึ่งอาชญากรรม อาจมีทั้งเข้าถึงในบ้าน ลัก ขโมย และอาจเป็นการโทรศัพท์ มาขายของ หลอกลวง
ประการที่เก้า คือเรื่องจิตใจ ทำอย่างไร ไม่เศร้าซึม ไม่วิตกกังวลจนเกินไป เพราะจากงานวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง มีโอกาสเสี่ยงมากจากภาวะความเหงา เครียด เรื่องนี้ ก็ควรมีการให้ความรู้ หารูปแบบที่ผ่อนคลายได้ ซึ่งก็ไม่ง่ายนักหากมีภาวะเจ็บป่วยต้องนอนติดเตียง แต่เนื่องจาก ปัจจุบัน มีการทำงานของชุมชน เช่นทีม อสม.เยี่ยมบ้าน ทีมหมอครอบครัว ก็จะช่วยได้มาก นอกจากนี้เพื่อนบ้านใกล้ชิด สังคมเกื้อกูลดูแล พบปะพูดคุย กันก็ช่วยได้มา
ประการที่สิบ คือเรื่อง การสื่อสาร นอกจาก เบอร์ฉุกเฉินต่างๆแล้ว การสื่อสาร ทักทายกันเป็นประจำ ไม่ว่า จะทางรูปแบบออนไลน์ หรือ การพูดคุยไถ่ถามในชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นเรื่องสำคัญ การเรียนรู้การใช้มือถือของผู้สูงอายุ ก็เป็นทางออกที่ดี ตื่นขึ้นมาก็ส่งไลน์ให้กัน  แต่ก็มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ไม่เข้าถึงเครื่องมือสื่อสารแบบนี้ ดังนั้น การพบปะไถ่ถามกันและกัน ก็มีความสำคัญ นอกจากนี้ ในการดูทีวี ฟังรายการวิทยุ ก็อาจมีการโฆษณาหลอกลวง ทำให้คนเฒ่าคนแก่ที่ฟังทุกวัน เกิดความเชื่อ ไปซื้อมากิน อาจกลับเป็นสินค้าหลอกลวง ยาอาหารเสริมหลอกลวง ก็เป็นได้  ก็ควรมีการเตือน จะซื้อจะเชื่ออะไรที่เป็นสินค้าอันตรายก็ควรให้ความรู้เพิ่มเติม
การดูแลผู้สูงอายุ จึงไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่ง เราต้องช่วยกัน และเอาใจใส่ดูแลกัน


  : บทความโดย : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
  : ภาพประกอบโดย : หน่วยเทคโนโลยีและสารสนเทศ
---------------------------------------------------------------------------------
เปิดโลกเขียวมะกอก

Share |
 

เปิดโลกเขียวมะกอก